เว็บไซต์ในเครือ Uamulet.com Taradpra.com pramai.com bvorn.com
Username :
Password :
 
* เข้าสู่ระบบโดยชื่อสมาชิกของ Uamulet
* บุคคลทั่วไปสามารถโพสข้อความได้
   โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก
  วันที่ : 20 พฤษภาคม 2555
  จำนวนผู้ชมขณะนี้ : 2 คน
  ผู้เข้าชมคนที่ : 3,678 คน
วีดีโอทั้งหมด
 

ปฏิบัติการ “บวร”
แนวทางในการแก้ไขปัญหาผู้ประสบภัยน้ำท่วมรูปแบบใหม่
โดย นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ประธานมูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์ ผู้ก่อตั้งศูนย์ “บวร”

       ปัญหาภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นับว่าร้ายแรงเกินกว่าที่จะคาดคิด สร้างความพินาศย่อยยับหลายภาคส่วนของประเทศไทย ทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดต่างๆ ในภาคกลาง รวมถึงภาคอื่นๆ อีกด้วย
      บ้านเรือน ไร่นา ธุรกิจ นิคมอุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐและเอกชนถูกน้ำท่วมอย่างหนัก เกิดการอพยพของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งจะเกิดปัญหาตามมามากมายในอนาคต แต่ปัญหาเร่งด่วนที่สุดนั้นคือ เรื่องปากท้อง โดยปกติแล้วมนุษย์ทุกคนจะต้องกินอาหาร เพื่อระงับความหิวตามธรรมชาติ ในยามภัยพิบัติน้ำท่วมหรือภัยพิบัติอะไรก็ตาม ปัญหาเรื่อง “อาหารการกิน” มาเป็นอันดับแรกและรวดเร็วที่สุดกว่าทุกปัญหา จากนั้นจึงจะเป็น “ที่พักอาศัยหลับนอน”
     ในภาวะที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ไม่มีเงิน ไม่มีปัจจัยอุปกรณ์การผลิต เพราะภัยน้ำท่วมเกิดขึ้นฉับพลัน รวดเร็ว กระทั่งตั้งหลักไม่ได้ หรือแม้แต่น้ำท่วมหากกินระยะเวลายาวนาน ประชาชนก็จะเดือดร้อนเพราะไม่สามารถประกอบอาชีพได้
     เมื่อวิเคราะห์ปัญหาแล้วจะเห็นว่า ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องจับประเด็นและเรียงลำดับปัญหาความเดือดร้อน ตามลำดับ ของความจำเป็นสูงสุดที่รอเวลาไม่ได้ ไปจนถึงปัญหาที่สามารถรอเวลาแก้ไขได้ เพื่อความรวดเร็ว เข้าถึง และแก้ไขได้ตรงจุดตรงประเด็น ทันกับความเดือดร้อนแสนสาหัสที่รออยู่ตรงหน้าและครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง โดยประเด็นปัญหาต่างๆ มีดังนี้
1. ปัญหาปากท้อง
2. ปัญหาที่อยู่อาศัย
3. ปัญหาในระหว่างรอน้ำลด 
4. ปัญหาหลังน้ำลด จากการที่มูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์ได้ลงพื้นที่จริงและปฏิบัติจริง ทั้งยังเห็น ผลสำเร็จจริงของการแก้ไขปัญหานั้น เน้นที่ประเด็นแรกคือ เรื่องปัญหาปากท้องก่อน เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดเฉพาะหน้า เพราะมีระยะเวลาความหิวตามธรรมชาติของมนุษย์เป็นตัวกำหนดระยะเวลาทำงาน โดยทางมูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์ได้ก่อตั้งศูนย์ “บวร” ขึ้น เพื่อเป็นกองอำนวยการปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน ที่เดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมในสองอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ อำเภอมหาราช และอำเภอบางปะหันเป็นหลัก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโครงการ “พุทธอุทยานมหาราช” ที่ตั้งคร่อมอยู่ระหว่างรอยต่อของสองอำเภอ และต่อเนื่องกับบางส่วนของอำเภอเมืองกับอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โครงการพุทธอุทยานมหาราชเป็นพื้นที่โครงการพิเศษโดยใช้หลักการ “บวร” คือ บ้าน วัด โรงเรียน เป็นแนวทางของโครงการ มีพื้นที่โครงการ ๒๐๐ ไร่ มีการสร้างวัดใหม่ ๑ วัด สร้างโรงเรียนใหม่ ๑ โรงเรียน สร้างตลาดชุมชนสำหรับชาวบ้าน สร้างพระหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของโครงการ โครงการนี้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ คณะสงฆ์ธรรมยุตโดยสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต วัดบวรนิเวศ และสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส เลขาธิการคณะสงฆ์ธรรมยุต พร้อมด้วยคณะสงฆ์ธรรมยุตรับผิดชอบในการสร้างวัดใหม่ชื่อว่า วัดวชิรธรรมาราม รวมถึงโรงเรียน และมูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์รับผิดชอบในการสร้างองค์พระหลวงพ่อทวด กับตลาดชุมชน รวมถึงเป็นแกนหลักในการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ทั้งหมดตามหลักการ “บวร” มีนายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ อุ๊ กรุงสยาม ประธานมูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์ เป็นประธานโครงการพุทธอุทยานมหาราช หลักการ “บวร” ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหรือภัยพิบัติอื่นๆ หลักการ “บวร” นี้ เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ให้แก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในเรื่องของความร่วมมือร่วมใจ กับเรื่องคุณธรรม โดย “บ” หมายถึง บ้าน “ว” หมายถึง วัด “ร” หมายถึง โรงเรียน เป็นหลักการที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว และเป็นหลักพื้นฐานทางสังคมของคนไทยมาช้านาน แต่นับวันจะสูญหายไปจนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมาในสังคม ในวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีของประเทศไทยดังที่ทุกท่านทราบกันดี ทั้งนี้นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ประธานมูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์ และประธานโครงการพุทธอุทยานมหาราช พระนครศรีอยุธยา ที่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม จึงได้ประยุกต์หลักการ “บวร” มาใช้ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในครั้งนี้ โดยมีแนวคิดดังต่อไปนี้ “บ” หมายถึง ชาวบ้านที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องนำมาช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และคำว่าชาวบ้านที่ช่วยเหลือตัวเองได้ยังคลอบคลุมถึงประชาชนทั่วประเทศที่ไม่ได้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งยังมีเป็นจำนวนมากที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน เมื่อมองภาพจากจุดแคบไปจนถึงภาพรวมระดับประเทศจะเห็นว่ายังมี “บ” ที่เป็นเพื่อนร่วมชาติที่มีกำลังอยู่มากกว่า “บ” ที่เดือดร้อน หรือหากมอง “บ” ระดับโลกแล้วเราจะเห็นชาวบ้านที่เป็นเพื่อนร่วมโลกอยู่มหาศาลที่พร้อมจะช่วย “บ” ที่เดือดร้อนในประเทศไทย “ว” หมายถึง วัด มูลนิธิ องค์กรการกุศล บริษัท ห้างร้านที่พร้อมบริจาค ทำหน้าที่เป็นกำลังสนับสนุนหลักด้านต่างๆ เพื่อมาช่วยเหลือแก่ “บ” “ร” หมายถึง ราชการที่จะเป็นกลไกหลัก นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม กองต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะมีฐานข้อมูล มีเครือข่าย มีอำนาจการสั่งการ มีทรัพยากรมากที่สุดในการเข้าถึงประชาชนระดับหมู่บ้านและครัวเรือน รู้พื้นที่ดีที่สุด การเข้าช่วยประชาชนจะต้องใช้ “บวร” ทั้งสามส่วนร่วมกันแบบบูรณาการ จึงเกิดเป็นแนวคิดในการตั้งศูนย์ “บวร” ขึ้นมาเพื่อปฏิบัติภารกิจแห่งชีวิตในครั้งนี้ โดยศูนย์ “บวร” แห่งแรกตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่พื้นที่โครงการพุทธอุทยานมหาราช ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการปฏิบัติการครั้งแรกเริ่มจากการเข้าไปสนับสนุนให้แก่ นายพันธุ์เลิศ มีวุฒิสม นายอำเภอมหาราช โดยศูนย์ “บวร” ผลิตข้าวกล่องส่งเข้าพื้นที่ทันทีในวันแรกที่มีการอพยพของประชาชนในพื้นที่อำเภอมหาราช เพื่อหยุดระงับความหิวเบื้องต้นให้ได้ และได้แจ้งแก่นายอำเภอว่าให้ตั้งโรงครัวผลิตอาหารนำส่งเข้าพื้นที่ทันทีในวันรุ่งขึ้น โดยศูนย์ “บวร” สนับสนุนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เริ่มต้น พร้อมปัจจัยการผลิตทุกประเภท อาทิ กล่องบรรจุข้าวฯลฯ และสนับสนุนต่อเนื่องตามความจำเป็นที่ทางอำเภอเรียกขอ เพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันที โดยไม่ต้องรองบประมาณจากทางราชการ โดยแนวทางของอำเภอคือ เอา “บ” ชาวบ้านที่ช่วยตัวเองได้มาเป็นแม่ครัวเพื่อช่วยคนอื่น โดยการสนับสนุนจาก “ว” คือมูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์ ภายใต้การดำเนินการเข้าถึงพื้นที่ความเดือดร้อนโดย “ร” ตั้งแต่อำเภอไปจนถึง อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยช่วยในส่วนที่เข้าถึงง่ายที่สุดไปจนถึงส่วนที่เข้าถึงยากที่สุด แข่งกับเวลาซึ่งใช้เวลาปฏิบัติการระงับความหิวของประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ ได้ระหว่าง ๖-๒๔ ชั่วโมงของการปฏิบัติภารกิจ “บวร” เพราะ “บ” คือประชาชนมีสองส่วน คือ ส่วนที่ช่วยตัวเองไม่ได้โดยสิ้นเชิง กับส่วนที่ยังพอช่วยตัวเองได้ในเรื่องอาหารการกิน ไม่ใช่เสียหายทั้งหมด ทั้งนี้ภารกิจปฏิบัติการ “บวร” เรื่องปากท้องของผู้ประสบภัยในอำเภอมหาราช จึงถูกแก้ไขได้ทันท่วงที ซึ่งใช้งบประมาณของมูลนิธิฯ เพียงไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และในที่สุดทางอำเภอก็ยืนอยู่ได้โดยไม่ต้องได้รับเงินสนับสนุนจากมูลนิธิ เพราะกลไกของ “บวร” เริ่มทำงานตามหน้าที่ของตนเองภายในระยะเวลาสั้นๆ และมีความยั่งยืนต่อเนื่อง แม้จะต้องสู้กับภาวะน้ำท่วมยาวนานก็ตาม เพราะประชาชนไม่อด จากนั้นจึงจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามมาในภายหลังควบคู่กันไป ปฏิบัติการ “บวร” ในอำเภอบางปะหัน โดยใช้หลักการเดียวกันกับอำเภอมหาราช โดยศูนย์ “บวร” กลางต้องมีโรงครัวของตัวเองเพื่อผลิตอาหารกล่องนำส่งกระจายให้กับประชาชน โดยประสานกับผู้นำท้องถิ่น เทศบาล อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งจะต้องแจ้งยอดปริมาณความต้องการเข้ามา และศูนย์ “บวร” จะผลิตพร้อมนำส่งถึงจุดนัดหมายในพื้นที่ในระยะเวลาไม่เกิน ๒ ชั่วโมง แล้วนัดหมายในแต่ละจุด เพื่อคงความสดใหม่ของอาหารก่อนถึงมือประชาชน โดยศูนย์“บวร”ผลิตข้าวกล่องพุ่งทะลุเกือบสองหมื่นกล่องในแต่ละวันและทยอยสูงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดต้องใช้ระบบตั้งศูนย์ “บวร” สาขาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตที่หนักเกินไป โดยศูนย์ “บวร” สาขาแรกตั้งอยู่ที่ริมถนนสายเอเชีย ช่วงบางปะหันฝั่งตรงข้ามวัดอินกัลยา พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลตานิม โดยมีการเรียกผู้นำท้องถิ่นมาล้อมวงหารือกันถึงแนวทางปฏิบัติ และทำความเข้าใจตามหลักการ “บวร” ว่า “บ” ต้องทำอะไร “ว” ทำอะไร และ “ร” ต้องทำอะไร ทุกคนมีความเห็นสอดคล้องกันว่า “บ” กับ “ร” ทำได้โดยทางศูนย์รับปากว่า “ว” จะเป็นผู้สนับสนุนทุกเรื่อง ตั้งแต่เต้นท์ ๒ เต้นท์ มูลค่า ๕๐,๐๐๐ บาท อุปกรณ์การทำครัวทั้งหมดตั้งแต่เตาแก๊ส หม้อ กระทะ ตะหลิว ภาชนะบรรจุอาหาร ปัจจัยการผลิต ข้าวสาร น้ำมัน น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำตาลทราย ซอสหอยนางรม ปลากระป๋อง มาม่า และเงินสำหรับซื้ออาหารสดรายวัน เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาททุกวัน ขอให้ทุกฝ่ายร่วมใจกอดคอกันทำตามหลักการ “บวร” และหน้าที่ของ “บวร” ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาได้แน่นอนแต่ภายใต้เงื่อนไขเดียว คือ ห้ามแจกถุงยังชีพเด็ดขาด ไม่ว่าจะแจกเอาหน้า แจกหาเสียง แจกสร้างภาพ แจกหาเงิน หรือแจกเพราะอยากช่วยจริงก็ตาม ก็ต้องแจกในเวลาที่เหมาะสม เพราะแจกยังไงก็ทำได้ไม่ครบและเป็นการสร้างความเสียหายอย่างมาก สร้างความแตกแยก ส่งเสริมความเห็นแก่ตัวของชาวบ้านที่กักตุน เรียกร้อง เอาเปรียบ พอน้ำท่วมก็เรียกร้องถุงยังชีพ บางคนไม่เดือดร้อนจริงก็ได้ไป เพราะเมื่อแจกแล้วต้องแจกทุกคน และต้องแจกเป็นระยะๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง แจกซ้ำซ้อนไปกองไว้ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ เปลี่ยนวิธีการใหม่ โดยการนำถุงยังชีพที่ได้รับมาเทรวมแยกปัจจัยการผลิตออกมา เช่น ข้าวสาร มาม่า ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา อาหารแห้งฯลฯ แล้วนำเป็นวัตถุดิบเพิ่มเติมจากที่ได้รับจากศูนย์ “บวร” กลาง เมื่อเริ่มปฏิบัติการ “บวร” สาขาแรกตามวิธีดังกล่าวแล้ว ภายในระยะเวลาไม่กี่วันจากที่จุดดังกล่าวเป็นผู้รับข้าวกล่องวันละ ๒,๐๐๐ กล่อง มาเป็นผู้ผลิตข้าวกล่องเอง สามารถผลิตได้สูงถึงวันละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ กล่อง สามารถเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับ “บ” อื่นๆ ข้างเคียงได้ และ “บ” ในพื้นที่ก็มีกินเต็มที่และต่อเนื่องทุกวัน และที่สำคัญความช่วยเหลือจาก “บ” นอกพื้นที่ที่นำของบริจาคมาให้ที่สาขานี้มีเป็นระยะๆ ทำให้ศูนย์ “บวร” สาขาแรก ลดปริมาณการรับปัจจัยการผลิตจากศูนย์ “บวร” กลางลง จนกระทั่งรับเฉพาะสิ่งที่ขาดจริงๆ เท่านั้น พร้อมกันเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อวัน เพื่อซื้อเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่สามารถเลี้ยงคนได้ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งมี ๙ หมู่บ้านได้อย่างสบายๆทั้งเปลี่ยนสถานะจากผู้รับมาเป็นผู้ให้ได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่เกิน ๕ วัน จากปฏิบัติการ “บวร” เริ่มต้น ซึ่งต่อมาทางอำเภอบางปะหันเข้ามารับภาระเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท แทนทางศูนย์ “บวร” กลาง โดยให้มากกว่า ซึ่งจะยิ่งทำให้ศูนย์ “บวร” สาขายิ่งผลิตอาหารได้มากและยั่งยืนขึ้น ในขณะที่ปัจจัยการผลิตที่มาจากถุงยังชีพหรืออื่นๆ ก็จะเข้ามาเสริมได้อย่างต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาปากท้อง ซึ่งคือการยังชีพที่แท้จริงได้อย่างสัมฤทธิ์ผล และสามารถยืดระยะเวลาต่อสู้กับภาวะน้ำท่วมได้อย่างยาวนาน เพราะเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อวันต่อคน อย่างน้อย ๓,๐๐๐ คน มีกินได้ จากนั้นเมื่อแก้ปัญหายังชีพที่แท้จริงแล้ว ใครจะแจกถุงยังชีพก็สามารถทยอยแจกได้ตามปกติที่ทำกันมา เพียงแต่ปฏิบัติการ “บวร” นี้ต้องจัดลำดับของความสำคัญใหม่ คือ “อาหาร” มาก่อน “ถุงยังชีพ” ข้อดีที่เกิดขึ้นของปฏิบัติการ “บวร” ในครั้งนี้ คือ 
1. ความสามัคคีของชาวบ้านที่ร่วมมือร่วมใจกอดคอกันฟันฝ่าวิกฤติ ช่วยกันทำอาหารช่วยกันแจกจ่าย ช่วยกันบริหาร ช่วยกันจัดสรรทรัพยากรในยามวิกฤติ จนกระทั่งประสบความสำเร็จในเวลาน้อยมาก ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง และจะดีขึ้นต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด
2. ลดความเห็นแก่ตัวด้วยระบอบสังคมส่วนใหญ่ร่วมใจกัน คนที่เห็นแก่ตัวก็จะรู้สึกละอายใจที่จะเอารัดเอาเปรียบ แม้จะยังมีบ้างแต่ก็เป็นส่วนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
3. สามารถแก้ไขปัญหาการช่วยเหลือที่ซ้ำซ้อนได้ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีคนติดต่อขอความช่วยเหลือมาที่ศูนย์ “บวร” กลาง ทางศูนย์จะสอบถามว่าอยู่ที่ไหน ตำบลอะไร หมู่อะไร และไม่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องอะไรบ้าง และติดต่อไปที่ผู้นำท้องถิ่นพื้นที่ ซึ่งจะมีทั้งผู้ที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจริงแต่น้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกนิสัยเสีย โลภ เห็นแก่ตัว คือได้รับแล้วอยากได้รับอีก ซึ่งเป็นความเดือดร้อนเทียม เพราะเมื่อหิวก็สามารถไปกินได้ที่โรงครัวในพื้นที่นั้นๆ ให้อิ่มได้ทุกมื้อ ซึ่งคือ “การยังชีพ” ที่แท้จริง ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เป็นปัญหาในทุกพื้นที่ หากใช้ระบบเดิมคือ “การแจกถุงยังชีพ” ทำให้คนตุนเก็บไว้มากๆ แจกซ้ำซ้อนจากผู้มีจิตศรัทธาที่เข้าพื้นที่แบบไม่มีเป้าหมาย ได้แก่คนใกล้แนวถนน แต่อยู่ลึกๆ ไม่ได้ และผู้บริหารท้องถิ่นแจกเฉพาะฐานเสียงของตนเอง ก็จะยิ่งซ้ำเติมแตกแยกหนักขึ้นไปอีก
4. ทำให้เกิดเครือข่ายความช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกัน ระหว่างชุมชนและชาวบ้านรู้จักเรื่องจิตอาสา การช่วยเหลือสังคมที่เดือดร้อน
5. สามารถใช้ทรัพยากรที่ได้รับบริจาคอย่างคุ้มค่า ตรงความต้องการที่แท้จริง
6. แก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้ทันท่วงที และต่อเนื่องยาวนาน โดยมีค่าใช้จ่ายที่ถูกมาก
7. ทำให้เห็นรูปแบบของการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติ ที่ถูกต้องเป็นรูปธรรม สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงทุกพื้นที่
8. ใช้เงินเพียงไม่เกิน ๓ ล้านบาท สามารถดูแลพื้นที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยกว่า ๖๐,๐๐๐ คน ได้ต่อเนื่องโดยเงินจำนวนนี้รวมทั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย ขยายผลสร้างเครือข่าย เมื่อปฏิบัติการ “บวร” ประสบความสำเร็จ จากอำเภอมหาราช และที่ศูนย์ “บวร” สาขาแรก ทางศูนย์ “บวร” กลางจึงทำโมเดลดังกล่าวขยายผลเพิ่มสาขาเข้าสู่พื้นที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการตั้งโรงครัวกลางผลิตข้าวกล่องนำส่งควบคู่กันไป พื้นที่ใดตั้งสาขาได้แล้วก็งดการส่งข้าวกล่อง เปลี่ยนเป็นอำนวยการเรื่องวัตถุดิบอย่างเดียว ในที่สุดเพียงในระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ วัน ก็เกิดศูนย์ “บวร” สาขาถึง ๒๒ สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอบางปะหันทั้งหมด และข้ามไปถึงพื้นที่เทศบาลบ้านสร้าง นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่ตรงมาขอรับการช่วยเหลือจากศูนย์ “บวร” กลาง โดยมีระยะเวลาเดินทางมาถึง ไป-กลับ ๘ ชั่วโมง แต่ด้วยหลักการ “บวร” สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายในเวลาไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง หลังจากเกิดความเสียหายขึ้น รวมถึงพื้นที่บางส่วนของจังหวัดอ่างทอง เช่น เทศบาลตำบลศาลาแดง องค์การบริหารส่วนตำบลป่างิ้ว องค์การบริหารส่วนตำบลหัวไผ่ องค์การบริหารส่วนตำบลย่านซื่อ หลัก “บวร” สามารถแก้ไขปัญหาความหิวได้ทันที ไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง และปัญหาเฉพาะหน้าภายในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ชั่วโมง ที่สำคัญ สาขาบวรสาขาแรกๆ ทุกสาขาสามารถยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง ลดการรับปัจจัยการผลิตต่อศูนย์ “บวร” กลางอย่างต่อเนื่อง เหมือนเด็กอ่อนที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และสามารถเลี้ยงน้องรองน้องเล็กได้อีกด้วย จนกระทั่งส่งกำลังบำรุงกลับมาที่ศูนย์ “บวร” กลางได้ในส่วนปัจจัยการผลิตที่เหลือ หรือแม้แต่การผลิตข้าวกล่องเพื่อช่วยศูนย์บวรกลางเมื่อเรียกขอ โดยที่ชาวบ้านในพื้นที่ยังมีกินยังชีพเหมือนเดิม ตัวอย่างเช่น หากศูนย์ “บวร” กลางต้องการข้าวกล่อง ๑๐,๐๐๐ กล่อง ภายใน ๓ ชั่วโมง ศูนย์ “บวร” สาขาจำนวน ๒๐ สาขาสามารถผลิตเพิ่มเติมจากปกติเพียง ๕๐๐ กล่องต่อสาขา นำส่งศูนย์ “บวร” กลางทันที ๑๐,๐๐๐ กล่อง เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือในภายหลัง ดังนั้น หากสร้างเครือข่ายศูนย์ “บวร” ต่อไปจะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง แนวทางการสร้างเครือข่ายศูนย์ “บวร” ทุกระดับ ต้องมองภาพรวมของโครงสร้างการปกครองของประเทศที่แยกเป็นระดับประเทศ ระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ต้องเริ่มจากระดับล่างย่อยที่สุด ระดับหมู่บ้านอาจรวมกลุ่มหมู่บ้านเข้าด้วยกัน เช่น หมู่บ้านใหญ่ หมู่บ้านเล็ก ซึ่งจัดกลุ่มเข้าด้วยกันตามความเหมาะสม โดยให้องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นศูนย์ “บวร” กลางประจำท้องถิ่น มีอำเภอเป็นกองอำนวยการศูนย์ “บวร” ระดับอำเภอ จังหวัดเป็นศูนย์อำนวยการ “บวร” จังหวัด มีรัฐบาลเป็นศูนย์ปฏิบัติการ “บวร” แห่งชาติ ทุกส่วนต้องสัมพันธ์กัน แต่ทั้งนี้หากใช้ระบบราชการเข้ามาจับตามระเบียบวิธีปฏิบัติที่ทำกันอยู่ก็น่าจะ “ล่ม” เหมือนเดิม ต้องเป็นหน่วยงานรูปแบบพิเศษที่มีความรวดเร็วในการตัดสินใจ โดยวางกรอบนโยบายปฏิบัติที่ชัดเจนซึ่งง่ายมาก เพราะศูนย์ “บวร” กลางของมูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์เพียงองค์กรเดียว แต่สามารถดูแลและสร้างเครือข่ายในพื้นที่ได้ทันที และประสบความสำเร็จในระยะเวลาเพียงไม่เกิน ๑๐ วัน ดังนั้น รัฐบาลที่มีอำนาจและทรัพยากรจึงสามารถทำได้แน่นอน ทั้งนี้ ภาครัฐต้องให้การสนับสนุนเงิน ของบริจาค เปลี่ยนวิธีปฏิบัติโดยเฉพาะการแจกถุงยังชีพกราดไปหมด ต้องแยกประเด็นและเรียงลำดับความจำเป็นใหม่ โดยให้มูลนิธิหรือองค์กรการกุศลต่างๆ เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ปฏิบัติการ รัฐต้องอำนวยการปัจจัยการผลิตอาหาร เงินทุนเบื้องต้น พาหนะให้กับศูนย์ปฏิบัติการ “บวร” เพื่อตั้งศูนย์ “บวร” สาขาในพื้นที่ที่เกิดเหตุหรือพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมจัดหาพาหนะทุกชนิดรองรับการลำเลียงชาวบ้าน ลำเลียงอาหาร อุปกรณ์สื่อสาร บทสรุปเบื้องต้นของปฏิบัติการ “บวร” นี้ จึงเป็นการแก้ไขปัญหารูปแบบใหม่ที่มีอยู่เดิมแล้ว เพียงแต่จัดระบบทรัพยากรใหม่เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องยากและสามารถทำได้อย่างเป็นรูปธรรม 
     ข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติในพื้นที่ของศูนย์ “บวร” 
1. ของบริจาคทั้งหมดควรเข้าที่ศูนย์ “บวร” กลางในแต่ละระดับ เพื่อจัดสรรใช้ตามความจำเป็นและตรงเป้าหมาย หากเป็นถุงยังชีพต้องเทรวมแล้วแยกประเภท 
2. เงินกองกลางที่จะอำนวยการเบื้องต้นต้องอนุมัติสั่งจ่ายทันที ถึงมือศูนย์บางสาขาไม่เกิน ๓ ชั่วโมง 
3. อุปกรณ์การทำครัวต้องเตรียมพร้อมเพื่อผลิตอาหารทันทีในเวลาไม่เกิน ๑๒ ชั่วโมง 
4. พาหนะโดยเฉพาะรถสูงและเรือ ต้องมีพร้อมประจำศูนย์เป็นของกลาง สามารถเคลื่อนที่เข้าปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ได้ตลอดเวลา 
5. การแจกถุงยังชีพต้องหลังจากเริ่มตั้งศูนย์“บวร”สาขาไปแล้วอย่างน้อย ๕-๑๐ วัน หรือเลือกแจกเฉพาะผู้ที่อยู่ในส่วนลึกและเดือดร้อนจริงเท่านั้น ห้ามแจกกราดเรียงหมู่บ้านเด็ดขาด หรือถ้าตัดใจไม่แจกเลยในระยะเวลาดังกล่าวยิ่งดี ต้องใจแข็งเพื่อให้ตั้งหลักได้ แต่ถ้าปัจจัยทรัพยากรทุกอย่างพร้อมจริงก็สามารถทำควบคู่กันไปได้ 
6. ควรทำ“บ”พี่เลี้ยงแต่ละพื้นที่ เช่น จังหวัดภูเก็ต เป็น“บ”พี่เลี้ยง“บ”ที่เดือดร้อนในอ่างทอง จังหวัดนครราชสีมาเป็นพี่เลี้ยง“บ”ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น โดยการระดมการช่วยเหลือระบุเจาะจงให้ชัดเจนว่า ใครดูแลตรงไหน ต้องการอะไร เพราะประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอาหารระดับโลก ยังมีทรัพยากรเหลือที่จะดูแลกันได้แน่นอน แต่ขอให้บริหารจัดการไม่ซ้ำซ้อน หรือแม้กระทั่ง “พ่อครัว แม่ครัวอาสา” ก็ยังทำได้เพราะคนไทยเป็นแม่ครัวในสายเลือดอยู่แล้ว
7. “ว” วัด มูลนิธิ องค์กรกุศล ที่มีของบริจาคก็ควรยึดแนวทางที่ตรงประเด็นชัดเจน ไม่ใช่บริจาคกระจุก หรือบริจาคกระจายต้องบริจาคให้เข้าเป้าและตรงประเด็นก็จะช่วยส่งกำลังบำรุงได้ดี และลดปัญหาเสียหายเรื่องทรัพยากรได้มาก
8. “ร” ราชการต้องร่วมมือกัน ลด ละ เลิกหาเสียง การเล่นการเมืองทุกระดับ เอาความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นที่ตั้ง ร่วมกันแก้ไขไม่เอาของแจกไปหาเสียง “ร” ระดับบนตั้งแต่อำเภอ จังหวัด รัฐบาล ต้องอำนวยการให้ชัดเจน และลดขั้นตอนราชการปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณ ตรงนี้ต้องหาวิธีการที่เหมาะสม จึงขอนำเสนอปฏิบัติการ “บวร” นี้ไว้ให้ทุกฝ่ายได้พิจารณา จะต่อยอด จะตัดต่อ จะเติมแต่งได้ทั้งหมด แต่อย่าวิชาการมาก อย่าซับซ้อน แค่นี้ก็ทำได้จริงแล้วเพราะปฏิบัติการนี้ ได้ผลสรุปมาจากการปฏิบัติจริงเรียบร้อยแล้วว่าเป็นแนวทางที่ใช้ได้จริง เพราะใช้เวลาสั้น ที่สำคัญใช้งบประมาณน้อยมาก แต่ใช้สมองให้มาก เพราะหัวใจของความเสียสละให้เต็มร้อยเท่านั้นเอง ๑๙/๑๐/๕๔ ศูนย์ “บวร” กลาง มูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์ ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
 
ยอดเงินบริจาครวม บาท
 
[03:06 น. 06 ธ.ค. 54]
แจ้งเวปมาสเตอร์ครั้งที่ 2 กรุณาลบข้อความหมิ่นประมาท น.สอัจฉราวรรณ..
 
[10:12 น. 29 พ.ย. 54]
(28 พ.ย. 54 : 23.05 น.) อ.เสรี ศุภราทิตย์, คุณดาริน ลงพื้นที่สำรวจระดับน้ำ สายไห..
 
[10:10 น. 29 พ.ย. 54]
(28 พ.ย. 54 : 20.30 น.) อ.เสรี ศุภราทิตย์, คุณดาริน วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สายไหม..
 
[10:15 น. 28 พ.ย. 54]
(27 พ.ย. 54 : 22.45 น.) อ.เสรี ศุภราทิตย์, คุณดาริน ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำ ต..
 
[10:14 น. 28 พ.ย. 54]
(27 พ.ย. 54 : 19.30 น.) อ.เสรี ศุภราทิตย์, คุณดาริน วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรุงเท..
 
 
ศูนย์บวร สาขา 30 (อบต. ปากจั่น)
  ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
  นายอนุภาพ ภู่ศิลป์ ปลัด อบต. 086-128-5879
นายประทีป บุญแจ้ง นายก อบต. ปากจั่น
ศูนย์บวร สาขา 29 (อบต. จำปาหล่อ)
  ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง
  นายมานพ นิรันดร นายก อบต. 081-851-5098
นายคณิศร ธาดาวัตรภรณ์ 086-162-1738
ศูนย์บวร สาขา 28 (อบต. เสาธง)
  ต.เสาธง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
  นายสำรวย เสือเปรียว นายก อบต. 081-627-6846
นายประดิษ แดงสกุล รองนายก อบต. 084-971-8751
ศูนย์บวร สาขา 27 (อบต. บางเดื่อ)
  ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี
  นายบำรุง โพธิ์ศิลา นายก อบต. 081-845-4200
นายไพโรจน์ ศรีดี รองนายก อบต. 086-104-7031
นายวันชัย ดึงสีปัน รองนายก อบต. 081-756-3031
ศูนย์บวร สาขา 26 (คลองจิก)
  ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
  นายธีระพัทร มอรอด ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ 089-901-7617
ศูนย์บวร สาขา 25 (ตาลเอน)
  ต.ตาลเอน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
  นายสมชาย แก้วนิล กำนัน ต.ตาลเอน 081-852-5052
 
  สุรพลฟูดส์   [ 15 พฤศจิกายน 2554 ]

ทางศูนย์บวรได้รับการสนับสนุน ซาลาเปาเเละขนมจีบ จากบริษัทสุรพลฟูดส์ โดยผ่านสถานีโทรทัศน์ ช่องเนชั่นฯ เเละช่องระวังภัยเพื่อให้ทางศูนย์บวร นำอาหารไปเเจก ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.มหาราช อ.บางประหัน เเละ จ.อ่างทอง พร้อมกันนั้นทางศูนย์บวรได้นำขน..


  พระครูวิสิฐ สังฆกิจ เจ้าอาวาสวัดกุญชรชาติการามนำอาหารเเละน้ำดื่มที่ได้บริจาคจากที่ต่างๆ   [ 13 พฤศจิกายน 2554 ]

พระครูวิสิฐ  สังฆกิจ เจ้าอาวาสวัดกุญชรชาติการาม เจ้าคณะตำบลเอกราช อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ได้นำอาหารเเละน้ำดื่มที่ได้บริจาคจากที่ต่างๆ รวมถึงน้ำดื่มของศูนย์บวร ร่วมด้วยไปช่วยที่วัดราชนิยมธรรม ซอย พหลโยธิน52 เขตสายไหม..


  ศูนย์บวรได้บริจาคน้ำดื่มให้เเก่ประชาชนชาว อ.มหาราช เเละ อ.บางประหัน ทั้งอำเภอ   [ 13 พฤศจิกายน 2554 ]

 

ศูนย์บวรได้บริจาคน้ำดื่มให้เเก่ประชาชนชาว อ.มหาราช เเละ อ.บางประหัน ทั้งอำเภอ โดยให้ผู้นำชุมชน นายกอบต. กำนันผู้ใหญ่บ้าน มาเเจ้งยอดทางศูนย์ ว่าประชากรในเเต่ละชุมชนที่ตนเองดูเเลอยู่นั้นมีกี่ครัวเรือนได้เเจกนำดื่มไปตามครัวเรือ..

  พระธรรมรัตนดิลก เข้าเยี่ยมชมสถานที่ผลิตน้ำดื่ม ที่ศูนย์บวร   [ 13 พฤศจิกายน 2554 ]

พระธรรมรัตนดิลก ได้มีเมตตาเข้าเยี่ยมชมสถานที่ผลิตน้ำดื่ม ที่ศูนย์บวร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.บางประหัน อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เเละ จ.อ่างทอง เเละขณะนี้ทางศูนย์บวรได้เพิ่มการผลิตน้ำดื่มเพื่อจัดส่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน..


  พระธรรมรัตนดิลก ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศน์เทพวราราม   [ 13 พฤศจิกายน 2554 ]

 

พระธรรมรัตนดิลก ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศน์เทพวราราม เจ้าคณะภาค4 ได้มามอบ ข้าวสาร อาหารเเห้ง เเละสิ่งของจำเป็น ให่เเก่ วัด เเละผู้ประสบภัยน้ำท่วม ต.หันสังข์ อ.บางประหัน จ.พระนครศรีอยุธยา  
เเละทางศูนย์บวร..

       
 
  การสมัครสมาชิก   [ 2 พฤศจิกายน 2554 ]

น่าจะมีการสมัครสมาชิก  ที่หน้าเว็ปได้เลย เพื่อความคล่องตัว  และรวดเร็ว



  ร่วมบริจาคเงินและอาหารแห้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย   [ 27 ตุลาคม 2554 ]
ผู้บริจาคคณะลูกศิษย์พระโสภณคณาภรณ์(พระมหาสมจิตร) รายนาม บริษัทเฮอร์ริเทจ สเเน๊กเเอ๊นฟู้ดจำกัด ผู้ผลิตอาหารเเห้ง เเละถั่วกระป่องเเบบคละชนิดเเละคละรสเป็นจำนวนมูลค่า 200,000 กว่าบาท

       
 
 
 
www.bvorn.com : ศูนย์ข้อมูลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
Copyright 2011, All Rights Reserved.